ก.แรงงานเสนอ 3 ประเด็นที่ต้องบูรณาการความร่วมมือค่าจ้างขั้นต่ำ-แรงงานต่างด้าว-เตรียมพร้อมประชาคมอาเซียนเข้าที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง

               นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการที่กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ครั้งที่ 3/2555 โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมผู้ร่วมประชุมประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เลขาธิการ ก.พ. ณ ห้องประชุมจอมพลป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บูรณาการเชิงนโยบายร่วมกัน



                ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงครั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้นำประเด็นภารกิจสำคัญ 3 ด้านคือ การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ การบริหารแรงงานต่างด้าว และการเตรียมความพร้อมกำลังคนสู่การเปิดประชาคมอาเซียน เสนอเข้าสู่ที่ประชุมเนื่องด้วยเล็งเห็นว่าภารกิจหลักๆ เหล่านี้กระทรวงแรงงานไม่อาจดำเนินการโดยลำพังได้ จำเป็นต้องมีความร่วมมือจากภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงจะสามารถผลักดันภารกิจเหล่านี้ให้เกิดความสำเร็จ ทั้งนี้การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งรัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญต่อการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงาน โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ประกาศการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำส่งผลให้ 7 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต ได้รับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในราว 39.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 70 จังหวัด ก็จะปรับเพิ่มขึ้นในอัตรา 39.5 เปอร์เซ็นต์จากฐานอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดิมของแต่ละจังหวัดเช่นกัน อย่างไรก็ดีมีการประเมินว่าอาจมีนายจ้างบางกลุ่มได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้จึงกำหนดให้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างให้แก่ผู้ประกอบการ อาทิการเร่งยกระดับฝีมือแรงงานให้สูงขึ้นสอดรับกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคม ของฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง แบ่งเป็นสองช่วงคือ  ใน 6 เดือนแรก ปรับลดฝ่ายละ 2 เปอร์เซ็นต์ และใน 6 เดือนหลังอีกฝ่ายละ 1 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งการให้สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยสถานประกอบการต้องรักษาจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้ และไม่เกิดการเลิกจ้างจนนำไปสู่การว่างงาน 



 

                 ทั้งนี้ ในส่วนมาตรการการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจำเป็นต้องให้ภาคส่วนราชการอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วม อาทิ มาตรการทางภาษี มาตรการลดต้นทุนการผลิต เป็นต้น


                 ส่วนปัญหาด้านแรงงานต่างด้าวนั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการขาดแคลนแรงงานในบางอาชีพ ทำให้ประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้นทั้งที่เป็นแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย และหลบหนีเข้าเมือง  ทางคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หรือ กบร. จึงกำหนดแนวนโยบายหลักคือการทำให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่มีอยู่เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายในลักษณะนำน้ำดีมาแทนที่น้ำเสียซึ่งการดำเนินการมาตรการมีทั้งการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงาน การป้องกัน สกัดกั้น ปราบปรามและจับกุมผู้จะเข้ามาใหม่ และกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ 7 ด้านในการบริหารแรงงานต่างด้าว มีส่วนราชการต่างๆ เข้ามาเป็นเจ้าภาพในแต่ละยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงาน เจ้าภาพหลักคือกองทัพไทย ยุทธศาสตร์การจัดระบบการจ้างแรงงานต่างด้าว ยุทธศาสตร์การกำหนดมาตรฐานการจ้างแรงงานต่างด้าว มีกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพ ยุทธศาตร์ปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ยุทธศาสตร์ผลักดันและส่งกลับแรงงานต่างด้าว มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์การจัดระบบแรงงานต่างด้าว กรมประชาสัมพันธ์เป็นเจ้าภาพ และยุทธศาสตร์การติดตามและประเมินผล กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพ


                  สำหรับประเด็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งกระทรวงแรงงานจะต้องผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานอาเซียน และยังต้องเร่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไทยให้มีความพร้อมเข้าประชาคมอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ซึ่งในปี 2555 พร้อมเปิดทำการทดสอบ 214 สาขา รวมทั้งพัฒนาศักยภาพด้านภาษาต่างประเทศแก่แรงงานไทย ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาของชาติในอาเซียน เพื่อจะได้มีศักยภาพในการไปทำงานได้ทุกประเทศอาเซียน ตลอดจนยังได้เร่งรัดปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี การจัดตั้งหน่วยงานรองรับ และกำหนดภารกิจให้ความรู้ สร้างความตื่นตัวแก่สถานประกอบการและแรงงานพร้อมๆ กันไป ซึ่งการเตรียมความพร้อมของกำลังคนเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเหล่านี้ จำเป็นต้องมีความร่วมมือในระดับรัฐบาลและหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงทั้งสิ้น